EA THAILAND X INNO-TIE คือเครื่องมือช่วยเทรดอัตโนมัติ (EA – Expert Advisor) ที่เกิดมาเพื่อจัดการความยุ่งยากในการเทรดให้จบในเครื่องมือเดียว ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเฝ้าจอทั้งวัน การรอจังหวะสัญญาณ หรือการคอยกดเปิด-ปิดออเดอร์เอง ระบบจะจัดการให้อัตโนมัติทั้งหมด ทำให้การเทรดกลายเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย
ที่สำคัญ เทรดเดอร์แต่ละคนยังวางแผนการเทรดในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ จะตั้งค่า Preset ไว้หลายรูปแบบ แล้วเลือกโหลดมาใช้ให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ก็ทำได้ง่าย ๆ และเพื่อให้เริ่มต้นได้ทันที EA THAILAND X INNO-TIE ยังเตรียม Preset สำเร็จรูปที่ผ่านการ Backtest และเทรดจริงมาแล้ว ซึ่งเป็นรูปแบบการเทรดที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมให้เลือกใช้งาน
Preset ที่จะให้ EA ดูทิศทาง เปิดไม้ แก้ไม้ และปิดกำไรแทนคุณ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการระบบเทรดอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยใช้เส้น EMA 20 เป็นตัวชี้ทิศทางตลาด แล้วบริหารสถานะด้วยระบบแก้ไม้แบบ Martingale (การแก้ไม้เมื่อออเดอร์วิ่งผิดทาง) ที่มี “เพดานความเสี่ยง” กำหนดไว้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้พอร์ตเสี่ยงแบบไร้ขอบเขต จึงเหมาะกับเทรดเดอร์ที่เข้าใจและยอมรับการเทรดความเสี่ยงสูงได้
ตั้งแต่มองหาทิศทาง เปิดไม้แรก แก้ไม้เมื่อราคาสวนทาง ไปจนถึงปิดทำกำไรและตัดขาดทุน คุณไม่ต้องเฝ้าหน้าจอแต่อย่างใด
เลือกฝั่งเทรดจากตำแหน่งราคาเทียบเส้น EMA ทำให้การเข้าออเดอร์มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่การสุ่มเปิด
ใช้ Pending Moving ตั้ง “จุดรอ” ก่อนเปิดไม้แก้ ช่วยให้ออเดอร์แก้ไม้มีระยะห่างชัดเจน ไม่เปิดถี่เกินไป
จำกัดจำนวนไม้ไว้ที่ 11 ไม้ และมีระบบ Cutloss เมื่อขาดทุนถึง 50% เพื่อไม่ให้ความเสียหายบานปลาย
ทั้งจับคู่เคลียร์ทีละคู่ (PCL), ปิดเป็นชุดด้วย TP Average และล็อกกำไรด้วย Trailing Stop ที่ทำให้เก็บกำไรได้ดีเมื่อกราฟราคาวิ่งถูกทาง
ในเนื้อหาส่วนนี้จะอธิบายรูปแบบและลำดับการทำงานของ Preset ตัวนี้อย่างละเอียดว่ามีหลักการทำงานอย่างไร เจอสถานการณ์แบบไหนแล้วทำงานอย่างไร มีการเปิด-ปิดการทำกำไร/ขาดทุนอย่างไร เพื่อให้ผู้เทรดเข้าใจถึงข้อดีและความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ เพราะไม่มีการเทรดใด ไม่มีความเสี่ยง
Preset ใช้ตำแหน่งของราคาเทียบกับเส้น EMA 20 เป็นเงื่อนไขหลักในการเลือกฝั่งเทรด หากราคาเคลื่อนอยู่เหนือเส้น EMA ระบบจะมองเป็นโอกาสฝั่ง Buy และหากราคาอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA ระบบจะมองเป็นโอกาสฝั่ง Sell เมื่อเงื่อนไขครบ Preset จะเปิดไม้แรกทันทีที่จุดสัญญาณ เช่น BUY 0.01
หากราคาวิ่งสวนทางกับไม้แรก Preset จะไม่รีบตัดขาดทุนรายไม้ แต่จะเข้าสู่โหมดแก้ไม้ โดยทยอยเปิดออเดอร์เพิ่มตามระยะที่กำหนด เพื่อเฉลี่ยต้นทุนของทั้งชุดออเดอร์ให้ดีขึ้น
จุดสำคัญคือ Preset ใช้รูปแบบ Pending Moving (Mode Trade = Pending Moving) ไม้แก้จะไม่เปิดทันที แต่ตั้งเป็น “จุดรอ” ไว้ก่อน แล้วรอให้ราคาเคลื่อนมาถึงระยะที่ตั้งไว้ (iPointPending = 200) ออเดอร์แก้ไม้จึงจะทำงานจริง
ชุดออเดอร์แก้ไม้ทำงานภายใต้กรอบ ระยะห่างระหว่างไม้แก้ 300 points, ตัวคูณล็อต x2 ต่อไม้ และจำกัดจำนวนไม้สูงสุดต่อชุดไว้ที่ 11 ไม้ เมื่อเริ่มที่ 0.01 lot ล็อตของไม้ถัดไปจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามลำดับ: 0.01 > 0.02 > 0.04 > 0.08 > 0.16 > 0.32 > 0.64 > 1.28 > 2.56 > 5.12 > 10.24
ช่วงไม้แรก ๆ ล็อตยังเล็ก แต่หากราคาสวนทางลึกหลายไม้ ล็อตจะโตเร็วมาก จึงต้องมีเพดานที่ 11 ไม้เพื่อไม่ให้ความเสี่ยงบานปลาย
** ทั้งนี้เมื่อครบ 11 ไม้แล้วมีการเปิดออเดอร์จนครบ 11 ไม้อีกรอบ ขนาดล็อตอาจจะมีขนาดโตได้มากถึง 20.48 ได้เช่นกัน
เมื่อชุดออเดอร์เปิดลึก Preset ใช้กลไก Profit Cancel Loss (PCL) แบบ Last to First โดยนำไม้ล่าสุด (ที่มักได้กำไรก่อนเมื่อราคาเริ่มกลับตัว) ไปจับคู่กับไม้แรก (ที่ยังติดลบอยู่) หากผลรวมของทั้งคู่ได้กำไรถึงเป้า (Profit Close = 1 USD) ระบบจะปิดคู่นั้นออก
ตัวอย่าง: ไม้แรก −3 USD จับคู่กับไม้ล่าสุด +4 USD รวมได้ +1 USD > ปิดคู่นี้ทันที ช่วยลดจำนวนไม้ที่ค้างในพอร์ตลงทีละคู่ โดยไม่ต้องรอให้ราคากลับมาถึงต้นทุนไม้แรกทั้งหมด
Preset มองภาพรวมของทั้งชุดออเดอร์ด้วย TP Average คือคำนวณราคาเฉลี่ยของทั้งชุด เมื่อราคาวิ่งกลับมาถึงจุดกำไรเป้าหมาย ระบบจะปิดทั้งชุดพร้อมกัน (Close Basket) และเมื่อราคาไปในทิศทางที่ถูกต้อง Trailing Stop จะเลื่อนตามเพื่อล็อกกำไรที่เกิดขึ้นไว้
Preset นี้ไม่ได้ใช้ Stop Loss รายไม้ แต่คุมความเสี่ยงในภาพรวมของพอร์ต หากราคาลากผิดทางหนักจนพอร์ตขาดทุน (Drawdown) ถึงระดับ 50% ระบบจะสั่ง Cut ออเดอร์ทั้งหมดออกทันที (Cut All) เพื่อจำกัดความเสียหายสูงสุดไม่ให้เกินระดับที่ยอมรับได้
Preset นี้เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการระบบทำงานอัตโนมัติและไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอ เข้าใจธรรมชาติของระบบ Martingale และยอมรับความเสี่ยงสูงของการเทรดได้ รวมถึงมีเงินทุนที่เพียงพอรองรับการแก้ไม้ในหลาย ๆ ชั้น และยังต้องการระบบที่มีกลไกจำกัดความเสี่ยงในภาพรวม (Stop Loss 50% ของพอร์ต) มากกว่าการปล่อยให้พอร์ตรับความเสี่ยงแบบไม่มีเพดานตายตัว
ในทางกลับกัน Preset นี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่รับความผันผวนของ Drawdown ระหว่างทางไม่ได้ หรือมีเงินทุนจำกัดจนไม่สามารถรองรับล็อตที่โตขึ้นตามลำดับได้
Preset นี้จัดอยู่ในกลุ่ม High Risk (ความเสี่ยงสูง) เพราะใช้ระบบแก้ไม้แบบ Martingale ที่เพิ่มขนาดล็อตเป็น 2 เท่าทุกครั้งที่มีการแก้ไม้ ยิ่งราคาสวนทางลึก ล็อตยิ่งโตเร็วและต้องใช้ Margin รองรับมากขึ้น
จุดที่เสี่ยงที่สุดคือตลาดที่วิ่งเทรนด์แรงทางเดียวยาวโดยไม่กลับตัว และเนื่องจากการตัดขาดทุนใช้เกณฑ์ Drawdown 50% ของพอร์ต ไม่ใช่ Stop Loss รายไม้ เทรดเดอร์ที่เลือกใช้จึงควรกำหนดขนาดทุนและล็อตเริ่มต้นให้เหมาะสมกับพอร์ตของตัวเองด้วยเช่นกัน